ม.อ. รวมพลังนักวิจัย 3 ชาติ เปิดเวทีนานาชาติ Kratom Update Symposium 2026 ปลดล็อกพืชกระท่อมด้วยงานวิจัยระดับโลก
คณะวิทยาศาสตร์ และคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ Universiti Sains Malaysia (USM) ประเทศมาเลเซีย และสำนักงานวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (BRIN) ประเทศอินโดนีเซีย ได้ร่วมกันจัดงานประชุมวิชาการนานาชาติ The Kratom Update Symposium 2026 ภายใต้แนวคิด "Kratom Nexus 2026: Bridging Tradition, Innovation, and Evidence" โดยมีนักวิจัย ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้เชี่ยวชาญจากทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กว่า 80 คน ณ โรงแรมคริสตัล หาดใหญ่ และคณะวิทยาศาสตร์ ม.อ. หาดใหญ่ เมื่อวันที่ 29-31 ตุลาคม 2569

เวทีนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางระดับนานาชาติในการเชื่อมต่อภูมิปัญญาพื้นบ้าน เข้ากับกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และนโยบายที่อิงหลักฐานเชิงประจักษ์ มุ่งนำเสนอความก้าวหน้าล่าสุด ทั้งด้านสารสกัด เภสัชวิทยา พิษวิทยา และความปลอดภัย

รองศาสตราจารย์ นพ.สุนทร วงษ์ศิริ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ประธานในพิธีเปิด กล่าวว่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มุ่งมั่นทำงานวิจัยเพื่อตอบโจทย์ชุมชนและสังคมภาคใต้ พืชกระท่อม คือตัวอย่างที่ชัดเจนของการผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ซึ่งพืชชนิดนี้ไม่มีพรมแดนกั้น องค์ความรู้ที่เราสร้างขึ้นร่วมกับพันธมิตรระดับภูมิภาคจึงต้องไร้พรมแดนเช่นกัน ธีม Bridging Tradition, Innovation, and Evidence สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการสร้างความมั่นใจว่าการต่อยอดทางนวัตกรรมและการดูแลชุมชน ต้องตั้งอยู่บนฐานวิทยาศาสตร์ที่ปลอดภัยและรับผิดชอบต่อสังคม

ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.อัญชนา ประเทพ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมว่า นับตั้งแต่ปี 2564 ที่ประเทศไทยได้ปลดล็อกกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด ถือเป็นโอกาสสำคัญที่นักวิจัยจะศึกษาพืชชนิดนี้ได้อย่างเปิดกว้างและเป็นระบบ แต่โอกาสนี้ก็มาพร้อมความรับผิดชอบอย่างยิ่งในการสร้างองค์ความรู้ที่โปร่งใส ถูกต้องตามหลักวิชาการ และเป็นประโยชน์ต่อสังคม การที่ไทยรับหน้าที่เจ้าภาพร่วมกับ USM และ BRIN ในครั้งนี้ จะช่วยตอกย้ำบทบาทของ ม.อ. ในการส่งมอบคุณค่าทางวิชาการสู่ระดับนานาชาติ

ขณะที่ ศาสตราจารย์ ดร.เอกสิทธิ์ กุมารสิทธิ์ ประธานคณะกรรมการจัดงาน กล่าวรายงานว่า การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญที่รวมนักวิทยาศาสตร์ ภาครัฐ และภาคเอกชนเข้าด้วยกันอย่างแท้จริง โดยมีเป้าหมายหลัก 7 ประการ ทั้งการแลกเปลี่ยนผลงานวิจัย การรวบรวมข้อมูลด้านความปลอดภัย การส่งเสริมมาตรฐานผลิตภัณฑ์เพื่อเกษตรกรและผู้ประกอบการ การขับเคลื่อนนโยบายบนหลักฐานเชิงประจักษ์ และการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ประชาชนเรื่องคุณและโทษ ซึ่งจะช่วยยกระดับ ม.อ. สู่การเป็นศูนย์กลางวิจัยกระท่อมระดับภูมิภาคได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ การเรียนรู้จากเวิร์กช็อปจริงและการเชื่อมต่อระดับภูมิภาค นอกจากการบรรยายเชิงวิชาการแล้ว ไฮไลต์สำคัญของงาน คือการจัด Workshop เฉพาะทาง ณ คณะวิทยาศาสตร์ ม.อ. ในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 หัวข้อการฝังขั้วไฟฟ้าตรวจคลื่นไฟฟ้าสมองและการประมวลผลสัญญาณ (EEG electrode implantation and signal acquisition / sleep-wake analysis) ซึ่งเปิดโอกาสให้นักศึกษาและนักวิจัยรุ่นใหม่ได้สัมผัสเครื่องมือจริงในห้องปฏิบัติการระดับแนวหน้า เรียนรู้วิธีการวัดผลทางประสาทสรีรวิทยาเพื่อพิสูจน์กลไกของสารสำคัญในกระท่อม เป็นการเติมเต็มทักษะภาคปฏิบัติที่หาไม่ได้จากตำราเรียน พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติตั้งแต่วัยศึกษา