PSU Info Network
หน้าหลัก ข่าวประชาสัมพันธ์ทั้งหมด อ่านข่าว
Cover

นักวิจัย ม.อ. พลิกโฉม ‘แป้งมันสำปะหลังไทย’ สู่นวัตกรรมไบโอพลาสติกและบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ ปลดล็อกวิกฤตขยะ-ยกระดับความปลอดภัยอาหาร

ภรินทร หมัดศิริ
26 ต.ค. 2569
16 อ่าน

ท่ามกลางกระแสความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมที่ผลักดันให้คนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจแนวคิด Zero-Waste และความปลอดภัยของสิ่งที่บริโภคในแต่ละวัน การแก้ปัญหาขยะพลาสติกยังคงติดหล่มข้อจำกัดเรื่องต้นทุนและการใช้งานจริง ทว่าความก้าวหน้าล่าสุดจากห้องปฏิบัติการวิจัย คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดย รองศาสตราจารย์ ดร.แก้วตา แก้วตาทิพย์ และคณะฯ กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า พืชเศรษฐกิจพื้นฐานอย่างมันสำปะหลัง สามารถปฏิวัติห่วงโซ่อาหารและสิ่งแวดล้อมได้ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ด้วยการสังเคราะห์เป็นวัสดุชีวภาพขั้นสูง ภายใต้แนวคิด Cassava Starch-Based Bioplastics and Sustainable Packaging Materials


รองศาสตราจารย์ ดร.แก้วตา แก้วตาทิพย์ ระบุถึงหมุดหมายของงานวิจัยชิ้นนี้ว่า “โจทย์สำคัญไม่ใช่แค่การทำพลาสติกที่ย่อยสลายได้ในห้องทดลอง แต่คือการตอบโจทย์ความยั่งยืนที่จับต้องได้จริงในชีวิตประจำวัน เราเริ่มจากการมองของเหลือทิ้งทางการเกษตรและแป้งมันสำปะหลัง แล้วนำมาออกแบบเป็นโครงสร้างชีวภาพที่ตอบโจทย์เฉพาะทาง ตั้งแต่กระถางเพาะชำจากเส้นใยธรรมชาติและแป้งมันที่คืนสู่ดินได้เองภายใน 28 วัน โดยไม่ทิ้งไมโครพลาสติก ไปจนถึงซองบรรจุภัณฑ์อาหารและถาดโฟมจากแป้งมันสำปะหลังที่ทดแทนโฟมสังเคราะห์ได้อย่างสมบูรณ์ ปลอดภัยต่อสุขภาพ และพร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยุคใหม่”


มิติความก้าวหน้าที่น่าจับตาที่สุดคือ การแก้ Pain Point ความสดและความสะอาดของอาหาร ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวของผู้บริโภค โดยทีมวิจัยได้พัฒนาสารเคลือบผิวชะลอการเน่าเสียของผลไม้ ควบคู่กับสารเคลือบกระดาษกันน้ำมัน (Oil Resistance Coating) ที่ช่วยให้กล่องกระดาษบรรจุอาหารทนทานต่อน้ำมันได้ดีเยี่ยมโดยไม่ต้องพึ่งพาฟิล์มพลาสติกสังเคราะห์ ขณะเดียวกันไฮไลต์เทคโนโลยีระดับสูงอย่าง บรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ (Smart Packaging) ยังเข้ามาพลิกโฉมความมั่นใจ ด้วยแถบตรวจวัดชีวภาพที่เปลี่ยนสีตามระดับความสดและการสลายตัวของเนื้อสัตว์อย่างกุ้งและปลาแบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้บริโภคตรวจสอบคุณภาพอาหารสดได้ด้วยตาเปล่าทันที


รองศาสตราจารย์ ดร.แก้วตา อธิบายเพิ่มเติมถึงความเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อาหารว่า “เมื่อเราพูดถึงความยั่งยืน มันไม่ใช่เรื่องไกลตัวของผู้คน การมีแผ่นเซนเซอร์เปลี่ยนสีที่บอกได้แม่นยำว่าอาหารทะเลในมือนั้นยังสด ปลอดภัย หรือเริ่มเสื่อมสภาพ คือการนำวิทยาศาสตร์มาช่วยลดขยะอาหาร (Food Waste) และคุ้มครองสุขอนามัยของผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นบนพื้นฐานของการใช้วัตถุดิบธรรมชาติภายในประเทศที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงขึ้นเรื่อยๆ”

การก้าวข้ามจากงานวิจัยในห้องปฏิบัติการสู่การประยุกต์ใช้จริงในครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนขีดความสามารถของนักวิจัยไทยในการพัฒนาวัสดุศาสตร์เพื่อความยั่งยืน แต่ยังเป็นก้าวสำคัญที่ยืนยันว่า เทคโนโลยีสีเขียวสามารถผสานเป็นเนื้อเดียวกับสุขอนามัยและคุณภาพชีวิตของทุกคนได้อย่างเป็นรูปธรรม